วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ธรรมนูญกสิกรรม


ปลูกผักโชว์ จัดมุมสวนข้างห้องครัว หรือนำไปจัดแสดงนิทรรศการ

ดูชาวนาเงินล้านจากวีดีโอ คุณชัยพร พรหมพันธุ์ กับภรรยา ทำนา ๒ คน ๑๐๐ กว่าไร่ แบบพึ่งตนเอง ใช้ปัญญาในการทำนา ทำเครื่องทุ่นแรงเอง ทำปุ๋ยใช้เอง

ตอนที่ ๑ http://www.youtube.com/watch?v=B-l0g1lFGkE&feature=share

ตอนที่ ๒ http://www.youtube.com/watch?v=1SMRYQcVfRQ&feature=share

ตอนที่ ๓ http://www.youtube.com/watch?v=6t3SGbghbSs&feature=share


 นิยามศัพท์

"ธรรมนูญกสิกรรมไร้สารพิษ" : เป็นหลักการข้อพึงปฏิบัติและห้ามปฏิบัติต่อกสิกรรมไร้สารพิษ
"กสิกรรมไร้สารพิษแบบประณีต" : เป็นการทำกสิกรรมเพื่อยังชีพ(Subsistence Farming) หรือ กสิกรรมแบบเข้มข้น(Intensive Agriculture) ใช้พื้นที่เล็กน้อย ๑-๒ งาน ต่อแรงงาน ๑ คน ปลูกพืชหลากหลายมีพันธุกรรมพืชนานาชนิดที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และลักษณะทางกายภาพของดิน ในแต่ละพื้นที่นั้นๆ



มาตรา ๑ แก้ว ๓ ประการของโลก

 ๑) ดิน หิน แร่ธาตุ หรือ ของแข็ง
 ๒) น้ำ หรือ ของเหลว
 ๓) แดด หรือ สิ่งที่เป็นก๊าซ อากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม
     นอกจากโลกลูกที่เราอยู่นี้แล้ว ยังไม่พบดาวดวงใดที่มีแก้ว ๓ ประการนี้

มาตรา ๒ แก้ว ๓ ประการของดิน

 ๑) สิ่งมีชีวิต จุลินทรีย์ สัตว์ในดิน เป็นต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหารแรกสุด เป็นผู้สร้างดินให้อุดมสมบูรณ์ ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้เป็นปุ๋ยหรืออาหารแก่พืช ถ้าขาดจุลินทรีย์สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ตายหมด นี้คือความสำคัญ กฎเหล็กของกสิกรรมไร้สารพิษจึงห้ามใช้สารเคมีทุกชนิด
 ๒) สิ่งไม่มีชีวิต ดิน หิน แร่ธาตุ
 ๓) ซากสิ่งมีชีวิต ซากพืช สัตว์ หญ้า ฟาง ใบไม้ กิ่งไม้บดสับ

มาตรา ๓ องค์ประกอบของดินที่ดี มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช  ประกอบด้วย

   (๑) ดินร่วนซุย มีซิลิกา(ทราย) และวัตถุแม่ดินที่เหมาะสม(หิน แร่ธาตุ) ค่า pH เป็นกลาง
   (๒) มีอินทรีย์วัตถุมาก
   (๓) มีสิ่งมีชีวิต ตัวห้ำ ตัวเบียน
   (๔) มีความชื้น ๖๐-๗๐ %
   (๕) มีอากาศ มีออกซิเจนในดิน

มาตรา ๔ ห้ามกระทำการใดๆ ที่ขัดต่อ ม.๒ และ ม.๓ แม้เล็กน้อย เช่น ถอนหญ้ารอบๆ ต้นพืชผัก

 ๑) เมื่อถอนหญ้าจะมีรูดินจากรากหญ้า น้ำจะไหลเข้าไปแทนที่ ดินจะเปียกแฉะตีบตันขาดอากาศในดิน
 ๒) รากพืชผักจะกระทบกระเทือน เกิดโรครากเน่า พืชผักเหี่ยวเฉา
 ๓) สัตว์ในดินจะได้รับความเดือดร้อน ไม่มีที่ซ่อนกำบังแดด ขาดตัวช่วยพรวนดิน
 ๔) เกิดปฏิกิริยาเคมีจากแสงแดดที่โคนต้นพืชผัก ดินร้อนแห้งแข็ง สัตว์ในดินอยู่ลำบาก

มาตรา ๕ ให้นำอินทรีย์วัตถุที่หมักกับดิน ไปทับต้นหญ้ารอบๆต้นผักพืชที่ปลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดใน ม.๔ 

รูปภาพ : 1 ท ดีกว่า 2 ถ และ 1 ย
เป็นรหัสการกำจัดหญ้าในแปลงผัก ที่ดีที่สุด เรียกว่า 2 in 1 คือได้ปราบหญ้าและใส่ปุ๋ยในเวลาเดียวกัน
สรุป จากรหัสนี้ คือ หมักดินทับ ดีกว่า การถอน การถาก  และการใช้ยาฆ่าหญ้า
ภาพการหมักดินนำมาวางทับวัชพืชรอบๆต้นพืชผักที่ปลูก
แทนการใช้มือถอนหญ้า ถอนวัชพืช หรือใช้ยาฉีดพ่นฆ่าหญ้า





      
     ผลการทดสอบหมักดินกับอินทรีย์วัตถุทับหญ้าในแปลงผัก เพื่อ ๑.ไม่ต้องถอนหญ้า ๒.เป็นการใส่ปุ๋ยด้วย เรียกว่า ทำ ๑ อย่างได้ประโยชน์ ๒ อย่าง ( Two in One) จากแนวคิดที่ว่า..พืชงอกงามได้เพราะ ดิน น้ำ แดด เราจะไม่ให้หญ้าขึ้นรกในแปลงผักจะทำอย่างไรดี ให้มีผลดีที่สุด วิธีการถอนหญ้าเหนื่อยใช้เวลานานหน้าดินเสียหายสัตว์ในดินอยู่ไม่ได้ เป็นการรบกวนสัตว์ รังแกสัตว์ ไม่มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ผิดศีลข้อ ๑ และการใช้ยาฆ่าหญ้าก็อันตรายลงทุนสูง เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ก็สรุปทางเลือกได้คำตอบว่า...เราต้องทดลองปิดแสงแดดที่หญ้า  ได้ทดลองหมักดินกับอินทรีย์วัตถุมาทับหญ้าให้ความหนาพอมิดปิดแสงแดดได้ ประมาณ ๑ นิ้วฟุต  ปรากกฏผลการทดลองหลังจาก ๑๐ วัน ก็ได้ผลดังภาพที่นำเสนอคุ้มค่าจริงๆ ให้ลองนำไปใช้ รับรองไม่อดตายแน่ อายุ ๗๐ หรือ ๘๐ ปีขึ้นไปก็ยังสามารถมีแรงทำกสิกรรมแบบประณีตนี้ได้อย่างแน่นอน ผมขอยืนยันนะครับ

มาตรา ๖ ห้ามไถพรวนดิน ห้ามเผาเศษวัสดุ หญ้า ฟางข้าว เพราะขัดกับ ม.๒ และ ม. ๓


มาตรา ๗ ห้ามใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก เพราะขัดกับ ม.๒ และ ม.๓ ควรใช้เครื่องมือกลขนาดเล็ก ได้แก่ มีด จอบ เสียม คราด เคียว เครื่องตัดหญ้า ผ้าพลาสติกสีดำคลุมกองปุ๋ย


มาตรา ๘ ห้ามใช้สารเคมีทุกชนิด ได้แก่ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า เพราะขัดกับ ม.๒, ม.๓



มาตรา ๙ ให้ทำปุ๋ยใช้เอง ใช้วิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพ การหมักดิน การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์วัตถุ แทนการใช้ปุ๋ยเคมี








ขยะเปียกแช่น้ำหมักชีวภาพเพื่อให้เป็นกรดชีวภาพไปย่อยสลายกองปุ๋ย

หน่อกล้วยแช่น้ำหมักชีวภาพเพื่อนำไปย่อยปุ๋ยอินทรีย์วัตถุ
ปอกมะพร้าวหมักทำหัวเชื้อจุลินทรีญชีวภาพ
นำเปลือกมะพร้าวไปเข้าเครื่องบดสับทำปุ๋ย
กิ่งไม้บดสับด้วยเครื่องบดสับพืชสด นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์วัตถุ

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

การวางระบบน้ำกสิกรรม


สระน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อภูมิทัศน์และกสิกรรมภายในบ้าน
สถานที่ : ๑๔๕ หมู่ ๖ บ้านพะเนา ต.พะเนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา
สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒ ค่าก่อสร้างประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าวัสดุ แรงงานก่อสร้างด้วยตนเอง
ความจุน้ำ ๒๐ คิวเส้นผ่าศูนย์กลางสระ ๘ เมตร เส้นรอบวงขอบสระ ๒๔ เมตร ส่วนลึกที่สุด ๑.๘๐ เมตร
แหล่งที่มาของน้ำได้จากน้ำฝนชายคาบ้าน และน้ำบาดาลใต้ดินลึก ๓๐ เมตร มีน้ำใช้ได้ตลอดปี

"การกสิกรรมสำคัญที่น้ำ" เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวฯ

"น้ำ" เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการกสิกรรม ต่อการดำรงชีวิต ที่ใดมีน้ำที่นั่นย่อมมีชีวิต ที่ใดมีชีวิตที่นั่นย่อมมีปุ๋ย มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่มาของแหล่งอาหาร ทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตขาดน้ำไม่ได้ น้ำจึงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่ง บางท่านถึงกับให้คำนิยามว่า "น้ำ" คือ "ทองคำขาว"

   การทำกสิกรรมสิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องคิดถึงเรื่องแหล่งน้ำ ที่มาของน้ำ คุณภาพและปริมาณน้ำต้องเพียงพอต่อการใช้เพาะปลูกทั้งปี ขนาดของพื้นที่แปลงเพาะปลูก ชนิดของพืชที่ปลูก เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องนำมาวิเคราะห์ และสิ่งสำคัญอันดับรองลงมาคือพลังงานซึ่งจะต้องนำมาบริหารจัดการน้ำ อาจจะได้จากกระแสไฟฟ้า 220 VAC ใช้กับมอเตอร์ปั๊มน้ำ พลังงานฟอสซิล แก๊ส น้ำมัน ใช้กับเครื่องยนต์ หรือพลังงานธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นต้น

   พืชต้องการน้ำมากน้อยต่างกัน ถ้าเป็นประเภทผักสวนครัว เช่น ผักกาด ผักบุ้ง คะน้า มะเขือเทศ แครอท ฯลฯ แบบนี้ต้องการน้ำที่มาก ให้น้ำอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น หัวจ่ายน้ำควรเป็นแบบมินิสปริงเกอร์ การกระจายของน้ำสม่ำเสมอ และไม่เปียกโชกจนผิวหน้าแปลงเพาะปลูกมีน้ำขัง ซึ่งจะเป็นข้อเสียหายต่อระบบรากของพืช รากจะเน่าเฉาตาย การให้น้ำแบบมินิสปริงเกอร์มีข้อดีคือ 
  ๑. น้ำพ่นเป็นละอองฝอย อณูของละอองน้ำจะช่วยตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศชั้นโทรโปสเฟียร์ที่อยู่ติดกับผิวโลกลงสู่พืชด้วย พืชจะชอบมาก ใบพืชจะเขียวสด
  ๒. ผิวหน้าดินจะไม่เปียกโชก ดินจะไม่ตึง การระบายอากาศที่ผิวดินจะดีมาก
  ๓. การพ่นน้ำเป็นละอองฝอยยังช่วยให้เกิดการชะล้างปุ๋ยที่วางคลุมบนแปลงผักลงไปสู่ระบบรากของพืชได้เป็นอย่างดี
  ๔. เป็นการจำลองธรรมชาติแบบฝนตก ละอองน้ำจะกระจายตัวสม่ำเสมอ
  ๕. สามารถให้ฮอร์โมนพืช ปุ๋ยน้ำ หรือสารสมุนไพรไล่แมลง ผสมไปกับน้ำได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงานได้มาก
  ข้อเสียคือ 
  ๑.ต้องใช้พลังงานเพิ่มแรงดันประมาณ ๑.๕ บาร์( แรงดันน้ำ ๑ บาร์ คือระดับน้ำต้นทางสูงจากหัวจ่ายสปริงเกอร์ ๑๐ เมตร กรณีเป็นถังส่งน้ำประปา)
  ๒. หัวจ่ายน้ำจะอุดตันโดยเฉพาะตัวมดชอบเข้าไป ถ้าหยุดการให้น้ำนานหลายวัน
  ๓. ต้องใช้ตัวกรองน้ำ(กรองเกษตร) และต้องหมั่นล้างไส้กรองด้วย
  ๔. แหล่งน้ำต้องไม่มีผงตะกอน หรือตะไคร่น้ำ
  ส่วนการให้น้ำพืชแบบหัวน้ำหยด หรือเทปน้ำหยด ก็มีข้อดี ข้อเสีย 
ข้อดี คือ  
  ๑. ประหยัดน้ำและพลังงาน แรงดันของน้ำไม่ต้องมาก ประมาณ ๐.๕ บาร์ก็ใช้ได้แล้ว
  ๒. เหมาะกับพืชไร่ เช่น ไร่อ้อย มันสำปะหลัง หรือต้นไม้ยืนต้น เช่น สวนปาล์มน้ำมัน
ข้อเสีย คือ
  ๑. การให้น้ำจะไม่กระจายตัว ถ้าดินเป็นทราย น้ำหยดจะซึมลงในแนวดิ่ง รากฝอยของพืชจะได้น้ำไม่ทั่วถึง ถ้าเป็นดินเหนียวน้ำจะเปียกและขังอยู่เฉพาะจุด รากพืชจะเน่าและเฉาตาย
  ๒. ไม่เป็นธรรมชาติเหมือนฝนตก ไม่ชะล้างหน้าดินที่ใส่ปุ๋ยอยู่ด้านบนผิวดิน ลงไปสูระบบรากของพืช ปุ๋ยที่ใส่หน้าดินจะถูกแสงแดดทำลาย ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช การเจริญเติบโตของพืชจะช้ากว่าระบบให้น้ำแบบมินิสปริงเกอร์
  ๓. ระบบน้ำหยดไม่เหมาะกับแปลงผักสวนครัว ไม่ตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศ ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักของพืชที่สำคัญที่สุด ประมาณ ๘๐ % ที่พืชต้องการ

ท่านสามารถหาซื้ออุปกรณ์การให้น้ำพืชได้ที่ http://www.superproducts.co.th/contact.html

ภาพแสดง : การผูกเหล็กเส้นขนาด ๒ หุน เป็นตะแกรงก่อนเทคอนกรีตผสมกันน้ำยากันน้ำซึม


อ่างน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความจุน้ำ ๑๕ คิว ค่าวัสดุ ๘,๕๐๐ บาท
เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เมตร ลึก ๑.๖๐ เมตร
สถานที่ : บ้านพักปฏิบัติธรรม อยู่ข้างพุทธสถานสีมาอโศก
หมู่ ๕ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา









    จากที่กล่าวมานี้ท่านคงพอสรุปได้ว่าจะวางระบบการให้น้ำแก่พืชได้อย่างไร แต่ยังมีประเด็นที่ควรคำนึงเพิ่มเติมอีก ดังนี้
  ๑. ขนาดพื้นที่ทำการกสิกรรม ถ้าเป็นกสิกรรมแบบยังชีพหรือแบบพอเพียง หรือกสิกรรมแบบประณีต ควรไม่เกิน ๑ ไร่ต่อแรงงาน ๑ คน
  ๒. ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ได้แก่ ลักษณะของดิน เป็นดินร่วน ดินทราย หรือดินเหนียว ผิวพื้นที่มีความลาดเอียงกี่องศาจากแนวระนาบ (ประโยชน์เพื่อประกอบการพิจารณาวางระบบน้ำ) ตลอดจนวัดค่า pH ของดินได้เท่าไร (ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ควรวัดหลายๆจุด และมีความลึกที่แตกต่างกัน แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย)
  ๓. ถ้าจะมีการปรับแต่งผิวดิน เช่น ไถดิน ขุดดิน ขุดร่องน้ำ ทำถนนทางเดิน ควรดำเนินการก่อนวางระบบน้ำ
  ๔. เมื่อจัดวางระบบน้ำแล้ว ให้งดการไถพรวนดิน หรือขุดดิน เพราะจะทำความเสียหายให้กับระบบท่อน้ำใต้ดิน ให้ใช้วิธีหมักดิน หรือปรับโครงสร้างของผิวดิน แล้วนำไปทับหน้าดินเท่านั้น(ไม่ให้ไถพรวนดิน) หน้าดินจะอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พืชจะเจริญงอกงามเติบโตได้ดีมาก ปัญหาโรคพืชแทบไม่มี ไม่ต้องกลัวกับปัญหาวัชพืช หญ้าต่างๆที่จะงอกงาม เพราะให้เอาประโยชน์จากหญ้ามาหมักทำปุ๋ยแล้วนำไปทับหญ้า เรียกว่าเอาเกลือจิ้มเกลือ ที่ใดมีหญ้าที่นั่นมีปุ๋ยที่ดีมาก ควรทำปุ๋ยจากหญ้าสดในแปลงเพาะปลูก ๒ สัปดาห์ก็ได้ปุ๋ยแล้ว
  ๕. เมื่อวางระบบน้ำแล้วให้ปลูกพืชหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน ห้ามปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่าจากการเพาะปลูก เพราะหน้าดินจะถูกทำลายจากแสงแดด พืชต่างชนิดกันย่อมดูดกินสารอาหารพืชต่างกัน เพราะสัญญาของพืชต่างกัน (พีชนิยาม)

ตัวอย่าง องค์ประกอบหลักในการจัดทำระบบน้ำให้กับพืช(แบบมินิสปริงเกอร์ ใช้พลังงานไฟฟ้า)

ภาพแสดง : นาฬิกาและวงจรไฟฟ้าให้น้ำแบบอัตโนมัติ

ส่วนประกอบหลักในการวางระบบน้ำ มีดังนี้

๑. ปั๊มน้ำ (220 vac) มีหลากหลายแบบให้เลือก ตามตัวอย่างนี้ใช้ปั๊มหอยโข่ง แบบ ๒ ใบพัด ท่อน้ำเข้าขนาด ๑ น้ว ๒ หุน ท่อน้ำออก ๑ นิ้ว ส่งน้ำได้ไกล แรงดันน้ำสูง ใช้ไฟฟ้า ๗๕๐ วัตต์หรือ ๑ แรงม้า ถ้าแบ่งเขตการให้น้ำ ใช้กับโซลินอยด์วาล์ว ๖ โซน สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ ประมาณ ๒-๓ ไร่ ขึ้นอยู่กับการวางระยะห่างหัวสปริงเกอร์
๒. ถังเติมปุ๋ยไปกับท่อน้ำ ต้องติดตั้งที่กรองเกษตรด้วย
๓. นาฬิกาตั้งเวลาให้น้ำอัตโนมัติ (24 vac) ตามตัวอย่างนี้ใช้นาฬิกาชนิดแบ่งเป็น ๖ โซน ราคาประมาณ ๑,๘๐๐ บาท
๔. วาวล์ปิด-เปิดน้ำอัตโนมัติ (โซลินอยด์วาล์ว) แยกเป็นโซนพื้นที่เพาะปลูก ราคาตัวละประมาณ ๙๐๐ บาท
๕. ที่กรองน้ำเกษตร ขนาด ๒ นิ้ว(ใช้ขนาดใหญ่เพื่อกรองน้ำได้มาก) อันละประมาณ ๑,๐๐๐ บาท
๖. ท่อหลัก จะใช้ท่อ PE หรือ PVC ก็ได้
๗. ท่อรอง จะใช้ท่อ PE หรือ PVC ก็ได้
๘. ท่อแขนง ควรเป็นท่อ PE ขนาด 25 มิล หรือ 20 มิล
๙. ท่อฝอย PE ขนาด 4 มิล ใช้ต่อกับหัวจ่ายมินิสปริงเกอร์
๑๐. หัวจ่ายน้ำมินิสปริงเกอร์ มีหลายแบบให้เลือก
๑๑. ข้อต่อท่อน้ำแบบต่างๆ

รายละเอียดอุปกรณ์ให้น้ำ ให้คลิกดูที่ http://www.superproducts.co.th/contact.html

ภาพแสดง : การติดตั้งระบบปั๊มน้ำ ถังเติมปุ๋ย และชุดนาฬิกาตั้งเวลาให้น้ำอัตโนมัติ


ภาพแสดง : การติดตั้งหัวจ่ายน้ำมินิสปริงเกอร์แบบถาวร
ฝังท่อ PE ขนาด ๒๐ มิลลึกประมาณครึ่งเมตร ประกอบท่อใยหินขนาด ๔ นิ้ว ยาว ๑.๕ เมตร
เพื่อป้องกันหนูกัดท่อจ่ายน้ำ เครื่องมือมีด เคียว เครื่องตัดหญ้าตัดท่อน้ำขาด
ส่วนก้านเหล็กยื่นที่หัวเสาไว้สำหรับยึดโยงพืชที่ล้มลง เช่น มะเขือเทศ พริก



  



วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

ล้างพิษแบบหมอเขียว

เป็นการจัดคอร์สสุขภาพโดยทีมงานจากคณะผู้ที่กำลังศึกษาแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมแบบพุทธ(ลูกศิษย์หมอเขียว) ด้วยการเปิดตำราจากพระไตรปิฎก ในพระสูตรต่างๆ ของพระพุทธเจ้ามาเป็นแนวทางในการรักษาดูแลตนเอง "อัตตาหิอัตโนถาโถ" ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

ที่พุทธสถานสีมาอโศก ผู้ที่กำลังศึกษาในแนวทางของหมอเขียว ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้รับใช้กลุ่ม คือคุณวรัทยา หรือคุณอิน โทร.086-1847879

ผู้ช่วยงานคุณอิน ที่สีมาอโศกได้แก่
๑. คุณฟ้าปลื้ม หรือครูตุ่ง โทร.087-1797989
๒. คุณลิบ โทร.085-7635511

กำหนดการล้างพิษของคอร์สสุขภาพวิถีธรรมแบบหมอเขียว ที่สีมาอโศก(ยังไม่มีกำหนดการ)

ภาพจากการจัดคอร์ส ๗-๑๑ มกราคม ๒๕๕๖




รายละเอียดตารางกิจกรรม ของหมอเขียวให้คลิกที่นี่
http://www.morkeaw.net/k-table-course.html

ข้อควรทราบก่อนการสมัครเข้าค่ายสุขภาพ
๑. กรณีผู้ป่วยหนักขอความกรุณาให้ญาติมาเรียนรู้เพื่อไปดูแลหรือแนะนำผู้ป่วย เนื่องจากทางศูนย์เป็นศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตน ผู้ที่เข้ารับการอบรมจะเป็นผู้ที่มาเรียนรู้เพื่อฝึกฝนการเป็น"หมอดูแลตัวเอง"
๒.กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนสมัครทุกครั้ง เนื่องจากข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
๓.ทางชุมชนสีมาอโศก ร่วมกับโครงการสุขภาพดี ลดขยะให้เป็นศูนย์(zero waste) ร่วมรณรงค์ลด หรือ งดการใช้ถุงพลาสติก โดยการนำถุงผ้ามาใช้แทน เพื่อรักษาโลกและโรคร้อน
๔. หากผู้เข้ารับการอบรมสะดวก กรุณานำอุปกรณ์และเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น เต็นท์หรือมุ้ง ผ้าห่ม จาน/ชาม ช้อน ขวดน้ำดื่ม หรือ อุปกรณ์แคมปิ้งต่าง ๆ มาเอง
สำหรับการอบรม ณ ชุมชนสีมาอโศก จังหวัดนครราชสีมา ขอความกรุณาเตรียมเต็นท์ หรือมุ้ง ผ้าห่ม จาน/ชาม ช้อน ขวดน้ำดื่ม หรือ อุปกรณ์แคมปิ้งมาด้วย เพื่อความสะดวกของผู้เข้าอบรม

๕. กรุณาศึกษาข้อมูลการเดินทาง และการเตรียมตัวก่อนเข้าค่ายจากคู่มือการเข้าค่าย ได้ที่ http://www.morkeaw.net/images-2/handbook-pdf.pdf หรืออ่านรายละเอียดได้ที่ 

ตารางกิจกรรม http://www.morkeaw.net/k-table-course.html

๖. เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรม กรุณาตรวจสอบว่าท่านสามารถเข้าร่วมรับการอบรมได้ตลอดจนจบค่าย

แผนผังแสดงเส้นทางไปชุมชนบุญนิยมสีมาอโศก